วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตามหาศิลาจารึกภาษาไทย


สวัสดีครับเพื่อนๆ เที่ยวไปได้บุญ จะพาท่านไปตามหาศิลาจารึกภาษาไทยที่กัมพูชา
ศิลาจารึกที่ว่านี้มีความเป็นมาครั้งที่เจ้าพระยาบดินทร์เดชา(สิงห์ สิงหเสนีย์)แม่ทัพไทยสมัยรัชกาลที่ 3 ยกทัพไปรบกับญวนโดยสมรภูมิส่วนใหญ่อยู่ในดินแดนเขมร สภาพบ้านเมืองสมัยนั้นมีแต่ซากปรักหักพัง เพราะผลการสู้รบ โดยเฉพาะวัดทางพุทธสาสนา ดังนั้นเจ้าพระยาบดินทร์เดชาจึงสั่งให้บูรณะวัดต่างๆ และเขียนเป็นศิลาจารึกไว้ที่วัดแห่งหนึ่ง ผมอยากจะเห็นศิลาจารึกภาษาไทยในต่างประเทศ จึงเป็นที่มาของภาระกิจนี้
เริ่มกันจากที่พักคือโรงแรมรีเจ้นท์ปาร์คโฮเต็ล ซึ่งเจ้าของโรงแรมเป็นคนไทย และอยู่กลางกรุงพนมเปญ ผมเรียกรถตุ๊กตุ๊กของเขมร ซึ่งเป็นรถมอเตอร์ไซด์ต่อพ่วงที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง
คนขับรถตุ๊กตุ๊กก็พอพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ก็ใช้ภาษามือช่วย บอกว่าจะไปวัดพุ?ธโฆษาจารย์
Stone and alphabet แล้วทำมือเขียนตัวอักษรให้ดู
เมื่อขึ้นบนรถ คนขับพาวิ่งไปตามถนนเลียบแม่น้ำ แม่น้ำจะอยู่ขวามือวิ่งไปประมาณ ๒ กม จะเห็นวัดพนมอยู่ด้านซ้ายตั้งอยู่บนภูเขาลูกเล็กๆ รถวิ่งเลยไปทางแยกขวามือสักพัก ก็เจอวัดทางขวามือมีรูปคนอยู่บนหลังม้า คนขับรถชลอรถ แต่ก็เร่งความเร็วขึ้นอีก ผ่านสีแยกไฟแดงจะเห็นวัดใหญ่อยู่ทางขวามืออีก คราวนี้วัดไหนที่น่าจะมีศิลาจารึกล่ะ ผมบอกให้คนขับหยุดรถแล้วให้กลับมาที่วัดที่มีรูปปั้นคนขี่ม้าอยู่ ตรงนี้น่าจะเข้าเค้ากว่า เพราะคนขี่ม้าเกี่ยวกับศึกสงคราม ผมให้คนขับรถจอดแล้วเดินเข้าไปในวัด
บังเอิญผมพบเณรองค์หนึ่งเดินสวนมาจึงทักทายเป็นภาษาอังกฤษ บอกว่ากำลังตามหาศิลาจารึกภาษาไทย เณรบอกว่ามีและพาเดินไปด้านหลังเป็นโบสถ์ที่กำลังซ่อมแซมอยู่ ด้านหลังโบสถ์นั้นมีสถูปอยู่เขียนเป็นภาษาเขมรแต่ผมเดาว่าเป็นคำ.”สารีริกธาตุ” ต่ำลงมาที่ด้านล่างของสถูปมีศิลาจารึกแผ่นเล็กๆขนาดประมาณ 6 X 6 นิ้ว และจะเข้าไปถ่ายภาพยากมากเนื่องจากมีกระถางธูปทำด้วยปูนซีเมนต์เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณฟุตครึ่ง ผมวานให้เณรและช่างก่อสร้างที่กำลังทำงานอยู่แถวนั้นเคลื่อนกระถางธูปออกมาไว้ข้างๆ
นั่งยองๆลง ถ่ายรูป เมื่อถ่ายรูปศิลาจารึกเสร็จแล้ว จึงยืนอธิษฐานว่า
“ข้าพเจ้า …..เดินทางไปราชการทื่เวียดนาม ลาว พม่า ทำงานสำเร็จเรียบร้อย ราบรื่นดี จึงมาแสดงตัวคารวะต่อศิลาจารึกแผ่นนี้ตามที่ปรารภไว้ ด้วยอำนาจแห่งสัจจะนี้ ขออธิษฐานว่าในภายภาคหน้า หากข้าพเจ้าพบปัญหาอุปสรรคใด ขอเพียงนึกถึงศิลาจารึกนี้ ขอจงดลบับดาลให้ปัญหาอุปสรรคนั้นหมดไปโดยไม่ต้องมาคารวะแผ่นศิลาจารึกนี้ก็ได้ ขอให้ข้าพเจ้ามีร่างกายแข็งแรงจิตใจสงบ พบความรวย “
เมื่ออธิษฐานจบแล้ว ผมวานให้เณรกับช่างก่อสร้าง ขยับกระถางธูปเข้าที่ เณรกับช่างก่อสร้างค่อยๆ ขยับกระถางธูปเข้ามา
“เปรี๊ย..” เสียงดังเบาๆ แต่มันสะท้านไปถึงหัวใจ
กระถางธุปขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหนึ่งฟุตครึ่ง ปริแยกจากด้านบนเป็นแนวยาวถึงด้านล่าง ที่ยังไม่แยกเป็นสองซีกเพราะทรายที่ใช้ปักธูปยึดโยงไว้
สิ่งศักดิ์สิทธิ์รับรู้ถึงคำอธิษฐานของผม
มันงึด
ช่างก่อสร้างรีบวิ่งไปหยิบลวดเส้นเล็กๆบริเวณใกล้เคียง มาผูกมัดกระถางธูปไว้แต่มันก็ยังยาวไม่พอ
ผมหยิบเงิน 12,000 KHR(เรียล) ให้กับเณร บอกว่าเป็นค่าซ่อมกระถางธูป
นี่จึงเป็นเจตนารมณ์ของศิลาจารึกแผ่นนี้ บูรณะวัตถุสถานที่ทรุดโทรมแตกหัก
ผมคารวะสถูปบรรจุพระสารีริกธาตุแล้วกลับออกมา
พบกันใหม่ที่วัดพนม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น